ผลักดันเมืองภูเก็ตเป็นเมืองวัฒนธรรมสร้างสรรค์ด้านอาหารของ UNESCO

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2554 - ที่ห้องประชุมนนทรี โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน นายแพทย์โกศล แตงอุทัย นายกสมาคมเพอรานากันภูเก็ต ผศ.อดุล นาคะโร หัวหน้าคณะศึกษาวิจัยเรื่องเมืองวัฒนธรรมสร้างสรรค์ด้านอาหาร มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต และผู้ประกอบการอาหารปุ๊นเต่ จังหวัดภูเก็ต ที่ผลิตทั้งอาหารแห้ง อาหารสด ขนม ของว่าง เครื่องดื่มพื้นเมืองภูเก็ตนานาชนิด กว่า 50 ราย ร่วมประชุมเตรียมการนำภูเก็ตสู่การเป็นเมืองวัฒนธรรมสร้างสรรค์ด้านอาหารของ UNESCO เพื่อให้ภูเก็ตเป็นแหล่งชิมอาหารระดับโลก

นายแพทย์ โกศล แตงอุทัย กล่าวว่า ที่มาของการนำภูเก็ตสู่การเป็นเมืองวัฒนธรรมสร้างสรรค์ด้านอาหารของ UNESCO นั้น เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันของมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต และสมาคมเพอรานากัน ภายใต้การสนับสนุนของนางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต สำนักงานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม เนื่องจากภูเก็ตเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ของการสร้างสมวัฒนธรรมด้าน ประเพณีและอาหารการกินที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมที่จะเผยแพร่ไปสู่ชาวโลกควบคู่กับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวย งาม การได้เป็นเมืองวัฒนธรรมสร้างสรรค์ด้านอาหารของ UNESCO จะเป็นการเติมเต็มทรัพยากรการท่องเที่ยวให้สมบูรณ์ยื่งขึ้น เพราะปัจจุบันมีการประกาศ เมืองที่เป็นเมืองวัฒนธรรมสร้างสรรค์ด้านอาหารของ UNESCO เพียง 3 เมือง คือเมืองโปปายันของโคลัมเบีย เมืองอุสเตอร์ซุนของสวีเดน และเมืองเฉิงตูของจีน

ในขณะที่ ผศ.อดุล นาคะโร หัวหน้าคณะศึกษาวิจัยเรื่องเมืองวัฒนธรรมสร้างสรรค์ด้านอาหาร มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต กล่าวว่า คณะศึกษาวิจัยจะต้องทำรายงานเสนอต่อ UNESCO โดยได้เตรียมอาหารพื้นเมืองหลัก(ปุ๊นเต่) หรืออาหารบาบ๋าภูเก็ต เช่น น้ำชุบหยำภูเก็ต หมี่สั่ว หมูฮ้อง โอวเอ๋ว เม็ดกาหยี เป็นต้น พร้อม ๆ กับความหลากหลายอุดมสมบูรณ์ของอาหารนานาชาติที่มีวัฒนธรรมร่วมกันบนโต๊ะ อาหารบ้านเรา มาศึกษาข้อมูลเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของภูเก็ต ก่อนทำรายงานส่งให้ UNESCO ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน

ขอขอบพระคุณ ข้อมูลจาก กรมประชาสัมพันธ์
สวท.ภูเก็ต F.M. 96.75 MHz
ข่าวประจำวันที่ 05 พ.ย. 54